เป็นสิ่งที่อยากทำครับบ ที่จริงแล้วอยากทำเกี่ยวกับสิ่งสิ่งพิมพ์ครับบ แต่ว่าก็คงต้องเริ่มต้นจากกราฟิกเล็กพวกนี้ก่อนค่อยเป้นค่อยไป ซักวันหนึ่งก็อยากมีร้านเป็นของตัวเองครับบ  กิจการเล็กๆทำด้วยตัวเองดูแลเอง.. โดยเฉพาะงานพวกออกแบบสิ่งพิมพ์นี้ชอบมากๆครับบ
ส่วนนี่เป็นบางส่วนที่ทำครับบ .....
http://www.facebook.com/pages/InfSign/187707191274644

เหตุปะทะ ไทย-เขมร เม.ย.54

posted on 24 Apr 2011 09:41 by duyulike
ในฐานะคนไทยและฐานะทหารไทย พอที่จะสรุปสาเหตุการปะทะเกือบทุกครั้งที่เกิดขึ้นระหว่าง ไทย - เขมร ได้ดังนี้ โดยเฉพาะสองครั้งล่าสุดเมื่อ ก.พ. และ เม.ย. 54 นี้
1. ฝ่ายไทยไม่ได้มีนโยบายที่จะรุกรานเขมรด้วยอำนาจกำลังรบที่เหนือกว่าอยู่แล้ว..ถ้ามีเจตนารุกรานเขมรจริงตามที่เขมรกล่าวอ้าง ทหารไทยไปกินข้าวเที่ยงที่พนมเปญยังได้เลย
2. วินัยการยิงของทหารเขมรไม่ค่อยจะมีกัน...อธิบายได้ว่า ฉลองวันชาติก็มีเสียงปืนดัง เมาเหล้าก็มีเสียงปืนดัง
มันอยากยิงอะไรมันก็ยิง เพราะว่ามันเป็นทหารที่มาจากเขมรที่รบสามฝ่ายในเขมรมาแล้ว.. พอยิงจบก็บอกว่าปืนลั่น ซึ่งก็เป็นอย่างนี้ประจำมันจะลั่นไปถึงไหน โดยเฉพาะ RPG และก็ปืนกล ตามหลักการณ์แล้วมันลั่นแทบไม่ได้เลยมันเป้นอาวุธที่ออกแบบมาสำหรับทางทหารเป็นอย่างดี ถ้าไม่ใส่ลูกเข้าไปมันจะลั่นไหม..
3. เกือบทุกครั้งที่ปะทะกันจบแล้ว...พอเช้ามาก็มาถามเราว่า..."หัวหน้ายิงผมทำไม...ทหารไทยตอบว่า.. ก็คุณยิงเข้ามาก่อน...เขมรก็ตอบแบบไม่อายหรือมันคิดไงก็ไม่รู้ว่า... ผมไม่ได้ยิง ลูกน้องผมยิงต่างหากล่ะผมอยู่คนละที่.. ทหารไทยทำหน้างง พร้อมๆกับอยากโดดถีบยอดหน้ามัน..
4. ความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนทหารเขมรจะมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด มันจะสังเกตุทหารไทยพยายามหาข่าวเกี่ยวกับไทยมากที่สุด เพราะว่ามันกลัวทหารไทยมากๆๆๆๆ มันทำทุกอย่างที่จะได้เปรียบทหารไทย ขนาดที่ว่าชาวบ้านของเราจุดบั้งไฟตามประเพณีบุญบั้งไฟ ทหารขเมรยังทำหน้าตาตื่นตะโกนมาถามว่าอะไร... เพราะกลัวว่าจะเป็นอาวุธร้ายแรงชนิดใหม่ที่ทหารไทยนำมาใช้ แค่ได้ยินเสียง ฮ.อยู่ไกลๆมันก็หัวหดแล้ว..
5. สิ่งบอกเหตุที่เกิดขึ้นก่อนการปะทะ
     5.1 เมื่อครั้งปะทะ ก.พ. 54 ชาวเขมรที่เข้ามาทำงานรับจ้างในฝั่งไทยไม่เข้ามาทำงานตามปกติที่ทำทุกวันโดยอ้างว่ากลัวมีการปะทะกัน.... ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่ชาวเขมรบอกไว้ล่วงหน้า...
      5.2 การปะทะครั้งนี้ เม.ย. 54 นายทหารประสานงานเขมรได้โทรมาติดต่อประสานงานกับทหารไทยว่า ได้ทราบข่าวหรือยังว่ามีการปะทะที่ปราสาทตาเมือน ซึ่งข้อเท็จจริงคือหลังจากวางสายโทรศัพท์ 15 นาที ก็มีเหตุการณ์ปะทะกันจริงตามที่นายทหารประสานงานฝ่ายเขมรโทรเข้ามาถามทหารไทย...
6. เขมรมีพฤติกรรมรุกรานไทยอยู่แล้ว.. ดังจะเห็นได้จากว่า.. นำกำลังทหารเข้ามาประชิดทหารไทยซึ่งภูมิประเทศเราอยู่เหนือกว่า เป็นหน้าผาสูง แต่เขมรก็บุกป่าฝ่าดงปีหน้าผาขึ้นมาแล้วบอกว่าเป็นพื้นที่ของมัน.. (ฐานปฏิบัติการณ์ใกล้ๆพระวิหาร ไม่ขอเอ่ยชื่อ) ทหารไทยก็ทำหน้างง พร้อมกับอยากโดถีบยอดหน้ามันตามเคย... ซึ่้งการปฏิบัติในวันนั้น ผบ.พัน.ร.๑๖๓ ก็ได้ขับไล่ทหารเขมรออกไปได้โดยไม่มีการปะทะ โดยยื่นคำขาดถ้าเกินเวลา 6 ทุ่มของคืนนั้นถ้ายังไม่ออกไปจะโดนอาวุธหนักซึ่งมันก็กลัวตามที่ข้อเสนอเราบอกมันไป...
 
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์และข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ว่าฝ่ายทหารไทยไม่ได้รุกรานทหารเขมรอยู่แล้วตั้งแต่ต้น..
 
แม่ทัพภาค ๒ ให้สัมภาษน์  ::>> http://77.nationchannel.com/playvideo.php?id=147331

edit @ 24 Apr 2011 10:31:58 by infantry11250

เกี่ยวกับฉัน

posted on 24 Apr 2011 04:11 by duyulike
บทความนี้น่าจะเป็นบทความแรกในชีวิต ที่จะเขียนลงบล็อก เนื่องจากว่าไม่เคยทำเว็บบลอกซักที ประวัติเจ้าของบล็อกก็ไม่มีไรมากเป็นผู้ชายธรรมดาที่เกิดมาจากครอบครัวชาวนาจนๆ ไม่มีความสมบูรณ์แบบอะไรเลยในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอนนี้ก็ยังใฝ่หาความสมบูรณ์แบบนั้นอยู่.. ที่จริงแล้วเรื่องราวส่วนตัวมีเยอะมากทั้งที่เปิดเผยได้และเปิดเผยไม่ได้...ก็คงพูดถึงชีวิตวัยเด็กก่อนเป็นอันดับแรก.. ตอนเด็กเป็นคนเงียบมากๆๆชอบอยู่คนเดียวเก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใคร กีฬาไม่เล่นชอบอ่านหนังสือบ้าง เลยทำให้เรียนหนังสืออยู่อันดับต้นๆเสมอๆ ตลอดระยะเวลาที่เรียนหนังสือแม่บอกเสมอว่าไม่มีตังค์ส่งเรียนหรอก...ซึ่งคำพูดนี้เองที่ทำให้ผมต้องสู้เพื่อสิ่งที่ตนเองอยากทำ.. ผมอยากเรียนให้จบ..อยากเรียนสูงๆ อยากมีงานทำดีๆๆ อยากประสบผลสำเร็จ.. ได้มีโอกาสเข้าเรียนอุดมศึกษาอย่งาที่หวังแต่ก็เป็นไปด้วยความลำบากมากๆ ต้องเรียนไปหาเงินเรียนด้วย.. ตอนเย็นไปทำงานร้านอาหารกลับห้องตอนเที่ยงคืนกว่าๆ ตอนเช้าก็ไปเรียนเป็นอย่างนี้อยู่มา สามปี ตอนนั้นเรียนอยู่ปีที่สามของคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เอกวิทยาการคอมพิวเตอร์... ตอนนั้รู้สึกว่าหนักมากทั้งเรื่องเรียน เรื่องส่วนตัว เรื่องงานที่ทำ รู้สึกว่าต้องทำไรซักอย่างแล้วล่ะ.. ไม่งั้นลำบากกว่านี้แน่ๆ เลยได้มีโอกาสมาเรียนนักเรียนนายสิบทหารบก โดยคิดว่าจะยกระดับชีวิตตัวเองที่เป็นอยู่ในตอนนั้น.. ก็ดร็อบที่เรียนไว้ก่อนเพราะว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ บอกตัวเองว่าอย่างนี้ .. ที่จะทำต่อไปนี้มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก ผมบอกกับตัวเองว่าอย่างนั่น.. ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมได้สัมผัสทั้งดีใจ เสียใจ ทุกข์ สุข ก็ได้สัมผัสมาบ้าง ถึงแม้ว่าจะมีก็แต่ทุกข์มากกว่าก็เถอะ.. ตอนนี้ก็แต่งงานแล้ว กำลังมีลูกสาวน่ารักๆ ตัวเล็กๆ ยังไม่ถึงสองเดือน..

edit @ 24 Apr 2011 06:37:33 by infantry11250